Uncategorized

Carnivore Diet คืออะไร ดีอย่างไร



CD กินอะไรได้บ้าง? แบบละเอียด อันนี้แปลสรุปมาจากภาษาอังกฤษ ใครอยากอ่านแบบเต็มๆ ตามลิงก์ไปได้เลยครับ

What can I eat on a Zero Carb diet?

กลุ่มแรก กินได้ไม่ปัญหา (Optimal foods)
– เนื้อสัตว์ทุกชนิด สัตว์บก สัตว์ปีก สัตว์น้ำ ได้หมด เครื่องในสัตว์ทุกชนิด
– ไข่ กินได้ไม่จำกัด ทั้งไข่แดง ไข่ขาว
– ไขมันสัตว์ทุกชนิด ที่ไม่ผ่านกระบวนการไฮโดจีเนต (non-hydrogenated) รวมถึงเนยสด และ น้ำมันเนย (ghee)
– เกลือ อันนี้บางคนไม่กิน แต่ถ้าจะกินก็ควรเป็นเกลือสมุทร (sea salt)
– น้ำเปล่า

กลุ่มที่สอง พอกินได้ (Less than optimal foods)
– เนื้อสัตว์แปรรูปต่างๆ เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน แต่ควรตรวจสอบดูส่วนผสมว่าไม่มีการเติมน้ำตาล แป้ง และ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
– ผลิตภัณฑ์จากนมแบบไขมันเต็ม (full fat) เช่น ชีส และ วิปครีม สำหรับ คนที่ไม่ได้ต้องการลดน้ำหนักหรือไม่มีปัญหาด้านสุขภาพ อาจจะกินนมสด หรือ โยเกิร์ต ได้ (ถ้าเลือกได้ควรกินนมดิบ)

* การกินผลิตภัณฑ์จากนมอาจจะมีผลกระทบต่อการลดน้ำหนักและอาจจะทำให้เกิดการโหยอาหาร แต่ถ้ามันทำให้คุณยังกิน zero carb ต่อไปได้ ก็กินต่อไปเถอะ

– เครื่องเทศ สมุนไพร กระเทียม พริกไทย ต่างๆ ที่ไม่มีคาร์บ แต่ของพวกนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อสัญญาณความหิว คือทำให้กินอาหารได้เยอะเกิน ดังนั้น ถ้าจะใส่ควรใส่ในปริมาณที่น้อย และควรเลือกใช้แบบแห้งแทนแบบสด

– มัสตาร์ด หรือ ซอสพริก (ซอสพริกของฝรั่งทำจากพริกอย่างเดียว ไม่ได้ใส่น้ำตาลแบบบ้านเรา)
– กาแฟ อันนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะคาแฟอีน จะไปกดสัญญาณความหิว

* ห้ามกินกาแฟแทนมื้ออาหารเด็ดขาด รวมถึง พวก bullet proof ด้วย (bullet proof คือ กาแฟที่เติมไขมันเพิ่มเข้าไปที่นิยมกินในหมู่ชาวคีโต) ถ้าจะกินควรกินหลังอาหาร

มีคนจำนวนมากใช้กาแฟเพื่อแก้หิวโดยที่ไม่รู้ตัว ถ้าคุณดื่มกาแฟในตอนเช้า แล้วไม่หิวไปหลายชั่วโมง ถ้าทำแบบนี้อยู่ควรเลิกทันที

– ชา มีคาแฟอีนน้อยกว่ากาแฟ แต่ถ้ากินชาเข้มๆ ก็ควรระวังเรื่องการกดสัญญาณความหิว เช่นเดียวกับกาแฟ
– แอลกอฮอล มีผลทำให้กินอาหารได้ง่ายขึ้น คนที่ลดน้ำหนักไม่ควรกิน แต่ถ้าสังเกตจะเห็นว่าถ้ากินแบบ zero carb แอลกอฮอลนิดเดียว ก็ทำให้มืนได้แล้ว
– มายองเนสที่ทำจากไขมันพืช อันนี้ถ้าเลี่ยงได้ ก็ควรเลี่ยง เนื่องจากมายองเนสที่ขายกันส่วนใหญ่ทำมาจากน้ำมันถั่วเหลือง แต่มันช่วยให้คุณยังคงกินแบบ zero carb ต่อไปได้ก็กินต่อไป

กลุ่มที่สาม ไม่ควรกิน
– น้ำตาล และ สารให้ความหวานทุกชนิด
– ทุกอย่างที่มีรสหวาน เนื่องจากรสหวานจะทำให้เกิดความโหย และ มีผลกระทบต่ออิซูลินในร่างกาย พวกน้ำตาลเทียมต่างๆ มีผลให้เสพติดรสหวาน ไม่ต่างจากน้ำตาล ซึ่งการเลิกเสพติดรสหวานเป็นเรื่องที่ยากมาก (ขนาดบางคนกินคีโตมาตั้งนานยังเลิกไม่ได้เลย อิๆ)
– ผลไม้ ผัก ธัญพืช ถั่ว เมล็ดพืช รวมถึง น้ำมันพืชต่างๆ ทั้งน้ำมันมะกอก และ น้ำมันมะพร้าว
– โปรตีนผง โปรตีนแท่ง ทุกชนิด
สรุป ได้ประโยชน์
1.ไม่เป็นโรค ncd เเน่นอน ความดัน ไขมัน ลงพุง เบาหวาน
2.น้ำหนักลง สู่จุดสมดุลย์ ที่เหมาะสมกับร่างกาย
3.ผิวพรรณดีขึ้น
4.อารมณ์เย็นขึ้น
5.อายุยืน
4.โรคภัย น้อย
5.ไม่ต้องเสียเงินซื้อ อาหารเสริม เพราะทุกชิดมีเพียงพอในพืช
5.หุ่นดีขึ้น ไม่ปวดเมื่อย ตามร่างกาย

9ล9
ปล. กินให้อิ่ม เน้น สัตว์ใหญ่ วัว แกะ ดีที่สุด รองมา หมู ไก่ เป็ด ปลา ไข่ คับ.. เครื้องดื่ม แค่น้ำเปล่า น้ำแร่ โซดาได้ งดน้ำหวานทุกชนิด
cr.Pariwat Ongsulee

source

4 Comments

  • cherdchai sihawong

    CD ย่อมาจาก Carnivore Diet

    ทัศนะ อจ.สุธี
    ตอนนี้ผมเห็นคนในกลุ่มหันมาสนใจ CD กันเยอะ ก็ไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร ไปโดนใครป้ายยากันมา สิ่งที่ตามมาด้วยก็คือคำถามแปลกๆ ที่ผมก็ไม่รู้จะตอบดีๆ ให้คนถามเข้าใจได้อย่างไร เพราะ เหมือนว่าคนถามไม่ได้เข้าใจแก่นแท้ของ CD เลย วันนี้ก็เลยอยากจะเขียนบทความแก่นที่แท้จริงของ CD คืออะไร เพื่อคนใหม่ที่กำลังสนใจ CD จะได้เข้าใจตรงกัน

    จุดเริ่มต้นง่ายๆ เลยคือกลุ่มคนที่กิน CD เขาเชื่อว่า มนุษย์เป็นสัตว์กินเนื้อ (Carnivore) จริงๆ ถ้าใครไม่เชื่อในจุดนี้เลย ผมก็แนะนำให้ไปกิน KD และ Paleo ดีกว่า เพราะ วิธีการต่างๆ ที่ตามมามันจะอยู่บนสมมุติฐานนี้เท่านั้น

    สิ่งที่ตามมาอีกเมื่อเราเชื่อว่ามนุษย์เป็นสัตว์กินเนื้อ ก็คือ สารอาหารที่ร่างกายเราต้องการ ต้องมาจากเนื้อสัตว์เท่านั้น ดังนั้นที่ชาว CD เลยกลายเป็น Zero Carb ด้วยปริยาย

    มาถึงตรงนี้ เราจะเห็นได้ถึงแนวคิดที่แตกต่างกันระหว่าง KD หรือ LCHF กับ CD ก็เลยเป็นที่มาของการจำกัดคาร์บ 20 กรัม ที่มาจากผัก เพราะ KD เชื่อว่าคนเป็นสัตว์ที่กินได้ทั้งเนื้อทั้งพืช (Omnivore) นั้นเอง

    ดังนั้นถ้าเราเชื่อว่ามนุษย์เป็นสัตว์กินเนื้อจริง เราว่าเชื่อไหมว่า ถ้ากินสัตว์เนื้อแดงแล้วจะเป็นมะเร็งลำไส้ ถ้ากินไก่แล้วจะเป็นเก๊าซ์ หรือ กิน CD แล้วเป็นโรคโน้นโรคนี้? ในทางกลับกันชาว CD จึงเชื่อว่าโรคต่างๆ ที่เกิดกับคนในปัจจุบัน เช่น พวกโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (มะเร็ง เบาหวน ความดัน หัวใจ) หรือ โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง นั้นเกิดจากระบบโฮโมนในร่างกายเสียสมดุลเพราะเราไปกินอาหารที่มาจากพืช!!!

    จริงๆ แล้ว CD เป็นวิถีการกิน (Way of Eating) เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กลับไปสู่สภาวะที่ดีที่สุดของมนุษย์ ไม่ใช่ วิธีลดน้ำหนัก แต่การลดน้ำหนักเป็นผลพลอยได้เมื่อโฮโมนของเรากลับมาสมดุลเหมือนเดิม ดังนั้นระยะเวลาในการปรับสมดุลของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าคนๆ นั้นเสียสมดุลมามากน้อยขนาดไหน บางคนไม่กี่เดือนน้ำหนักลงไปเป็น 10 กิโล แต่บางคนกินเป็นปี แล้ว น้ำหนักไม่ลงเลยก็มี

    ด้วยเหตุนี้การวัดผลการกิน CD จึงไม่ใช่ว่าน้ำหนักลดลงกี่โลต่อเดือน แต่เป็นสภาพร่างกายโดยรวมว่าดีขึ้นหรือเปล่า เช่น โรคที่เคยเป็น ระบบขับถ่าย การกิน การนอน ประสิทธิภาพการออกกำลังกาย ฯลฯ ดังนั้นเมื่อทุกอย่างกลับมาสู่สภาวะสมดุลหมดแล้ว น้ำหนักก็จะกลับมาสู่จุดสมดุลของแต่ละคนเอง

    มาถึงตอนนี้ ถ้าถามผมว่า ผมเชื่อว่ามนุษย์เป็นสัตว์กินเนื้ออย่างเดียวหรือเปล่า? ผมก็คงตอบว่า ผมก็ยังไม่เชื่อ 100% แต่ก็เชื่อมาเกินครึ่งแล้ว ถ้าจะให้เชื่อ 100% ก็คงต้องลองกินไปให้ครบ 10 ปี แล้ว ยังไม่ตาย ไม่เป็นโรคเลือดออกตามไรฟัน และร่างกายยังแข็งแรงดีอยู่ ถึงตอนนั้นผมถึงจะเชื่อได้ 100% ว่า มนุษย์เป็นสัตว์กินเนื้อ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *